ได้ฤกษ์ งามยามดีมาอัพไดกะเค้าซะที อิอิ เด๋วจะโดนแฟนคลับบ่นว่าดองไดอีก ฮ่าๆๆ
ชีวิตช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แต่กำลังจะได้เดินทางไปดินแดนเสรีภาพที่ๆทุกคนอยากไป อย่างโชคดี ส้มหล่นจิงๆ
เนื่องจากมีโปรเจคใหม่ของลูกค้าซึ่งมีบริษัทลูกอยู่เมืองไทยต้องการขึ้นระบบ SAP ในบริษัทลูกที่เมืองไทย เค้าก็เลยจะหาคนไปเรียนรู้ระบบด้านการขายและก็การทำคลังสินค้าที่ Rochester ,NY USA เพราะว่าทางบริษัทแม่มีสามารถส่งคนมาเทรนให้ที่เมืองไทยได้ จึงเป็นโชคช่วยอันส้มหล่นมาถึงบริษัทกระผมที่ถูกว่าจ้างให้ไปขึ้นระบบ ต้องส่งคนเดินทางไปเรียนรู้ที่เมกา แล้วหวยก็มาออกที่ผมซะงั้น ฮ่าๆ เนื่องจากคนอื่นๆ ติดงานตามไซด์งานอื่นเหลือว่างที่บริษัทแค่ 3 คน ซึ่งคนอื่นไม่สามารถเดินทางไป USA ได้นึ่งจากคนนึงเป็นผู้ ญ ไม่สะดวกต่อการเดินทางและก็พูดอังกฤษไม่เก่ง ส่วนพี่อีกคนติด blacklist ที่ เมกาเนื่องจากเคยไปเป็นโรบินฮู๊ดอยู่ที่นู่น ผมก็เลยเป็นผู้ถูกเลือก(เหมือน แฮรี่ พอทเตอร์มั้ย ผู้ถูกเลือก 555)
ทางฝั่งนู่นมาคอนเฟิมเรื่องการเดินทางเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว ผมมีเวลาทำ passport กะ visa 2 อาทิตย์ แทบลากเลือด
นึกว่าจะไม่ทัน เพิ่งไปทำ passport เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ได้passport เมื่อวันอังคาร แล้วก็ไปสัมพาด visa วันพฤหัส
ขั้นตอนการทำ visa เป็นอะไรที่ระทึกแล้วก็วุ่นวายที่สุดใน 3 โลก
1. ต้องไปซื้อพิน เพื่อจะได้มีรหัสในการกรอกใบสมัคร
2. ต้องกรอกแบบฟอร์มDS-160 ที่เวบ https://thailand.us-visaservices.com/
3. ตอนกรอกใบสมัครขอบอกเลยว่าถ้าไม่ต้องการไปถ่ายรูปใหม่ให้ถ่ายรูปแล้วก็ทำรูปให้อยู่ในช่วง 600x600 pixel
หรือ 2x2 inch นั้นเอง แล้วก็ให้เห็นหู รูปห้ามมืด พื้นหลังห้ามมีแสงเงา โอ้ยเยอะแยะ เอารูปอัพโหลดจนกว่าจะผ่าน ถ้าขนาดผิด วันจิงต้องเอารูปถ่ายที่ขนาดถูกต้องไปด้วย ไม่งั้นจะโดนไล่ให้ไปถ่ายรูปใหม่อีก เซ็งแทนหัวหน้าที่โดนไล่ไปถ่ายใหม่ หุหุ
4. กรอกเอกสารเสร็จก็จองวันนัดสัมพาษ โชคดีที่เค้าเปิดรับวันพฤหัสที่ 4 สค พอดี โชคดีมาก
วันที่ไปสัมพาด ผมต้องเตรียมเอกสารไปให้พร้อมกลัวไม่ผ่านมากๆ แอบนอนหลับๆตื่นๆกลางดึก กลัวตื่นไม่ทัน
ผมเตรียมเอกสารตั้งแต่เมื่อคืน
1. มีเอกสารรับรองจากที่ทำงาน
2. ใบinvite จากทางเมกา
3. passport
4. ใบ confirmation จากทางเวบที่เรากรอกเมื่อตอนแรก
5. ใบเสร็จค่าธรรมเนียมที่เราจ่ายค่าทำ visa เท่าไหร่ไม่รู้อะ ที่บริษัทจัดการให้หมดเลย ไปแบบ ชิวๆ ฟรีๆ ฮ่าๆ
ไปถึงตอน 6.30 แม่เจ้า คนยืนรอกันหางแถวเลยสะพานลอยไปเกือบถึงป้ายรถเมล์ นึกถึงเดี่ยวพี่โน๊ตเลย สถานทูตเมกาเป็นสถานที่ที่ทำ visa ยากสุดๆจิงๆ มาต่อแถวทำไมกันนานๆ เห็นบางคนมารอตั้งแต่เช้ามืด เค้าบอกนัด 7.15 ไม่ใช่เหรอ - -“ ไอหย่า คนจะเยอะไปไหน สรุปเปิด gate ตอน 7.30 แม่เจ้า ยืนรอเป็น ชั่วโมง ดีนะคนข้างหน้าน่ารัก ยอมยืนก็ได้วะ
หัวหน้าผมก็มากัน 7โมง อีกคน 7 โมงสิบ อย่างน้อยทำตัวเป็นประโยชน์มายืนรอต่อแถวให้หัวหน้า ขืนรอหัวหน้ามายืนรอ มีหวังได้ทำ visa สิบโมงแน่ๆๆ หางแถวยาวมากกกกกกกกก
เข้าไปถึงก็จะมียามแนวเกย์ๆหน่อยบอกให้ปิดเครื่องมือสื่อสาร ห้ามมือถือ, computer, thumb drive, ร่ม (สงสัยกลัวเอาไปแทนกงสุล) กุญแจบ้าน เอิ่ม เอาไปหมดกระเป๋ากรูเลยดีกว่าแบบนี้ พอเชคเสร็จก็ทำการฝากของ แล้วเค้าจะให้เอกสารที่ใช้กรอกเพื่อจะส่ง passport ที่ทำ visa แล้วส่งไปทางไปรษณีย์ให้เรา พอผ่านด่านsecurity แล้วก็เข้าไปยืนต่อคิว จะมีสาวๆน่ารักสองคนคอยจัดการเรื่องเอกสาร จะดูเรื่องรูปในใบ confirmation ของเราตรงตามมาตราฐานมั้ย ไม่ตรงก็จะโดนไล่ให้ไปถ่ายรูปใหม่ ซึ่งหัวหน้าของผมคนนึงโดนไปเต็มๆ เนื่องจากรูปไม่ได้ขนาด เซ็งแทน พอผ่านด่านนี้ก็ต้องไป อีกด่านนึงจะมีเจ้าหน้าที่คนไทยตรวจเชคเอกสารอีกที จะสอบถามประวัติเราแล้วก็จะเชครูปเราอีกทีว่าผ่านมั้ย ในใจลุ้นมากๆๆ กลัวไม่ผ่านแล้วต้องไปถ่ายใหม่ ไม่เข้าใจเลยจิงๆ ก็แค่รูปทำไมต้องทำให้มันมีปัญหาขนาดนี้ - -“ เห้อ
พอสัมพาดผ่านก็ต้องปั้มนิ้วมือ หลังจากนั้นเค้าก็จะให้บัตรคิวเรามาเพื่อเข้าไปสัมพาษกะกงสุลอีกทีนึง นั่งรอคิวซักพักก็ถึงคิว ระหว่างยืนต่อคิวในช่องที่ 11 เหลือบไปเห็นกงสุลช่อง 13 กำลังสัมพาษสาวไทยคนนึงเป็นอังกฤษ เค้าก็ถามว่าคุณจะไปเรียนอังกฤษอีกทำไมในเมื่อคุณก็พูดอังกฤษได้ดีขนาดนี้ ขอโทษด้วยนะครับ คุณไม่ผ่าน สาวไทยหน้าเสียเดินจากออกไปจากช่องเคาเตอร์ T__T สถานทูต หรือ ยมทูตเนี่ย มีความรู้สึกว่าทำไมมันขอยากจังวะปรเทศนี้ ซักพักก็ถึงคิวผมสัมพาษ เค้าก็บอกว่าพูดปักกิตได้มั้ยผมก็บอกว่า ได้คร๊าบ เค้าก็เริ่มสัมพาษณ์ คำถามแรกเลย ไปทำไม เอิ่มเฮียครับไปทำงานครับ เอกสารรับรองผมเฮียเปิดอ่านดูก่อนนะครับ ผมไม่ได้โกหกครับเฮีย แล้วก็ถามว่าเคยไปประเทศไหนมาก่อนมั้ย แล้วก็อีก 2-3 คำถาม ซักพักเฮียเค้าก็บอกว่า อืม เด๋วเราจะส่ง visa ไปให้
(O/\O) โล่งมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ก็กลับไปทำงานปกติ แล้วเมื่อเช้าก็ได้รับ passport เรียบร้อย รอแต่ตั๋วเครื่องบินอย่างเดียวแล้ว เย่ๆๆ จะได้เดินทางไปดินแดนเทพีเสรีภาพแล้ว ไม่รู้จะได้เจออะไร แต่ก็แอบดีใจ อย่างน้อยก็เป็นกำไรชีวิต ครั้งนึงเคยได้ไปเมกา กลับมาจะมาเอารูปสวยๆมาฝาก ขอให้มีเวลาได้เที่ยวบ้างเถ๊อะ สาธุ
ouindia
06 ส.ค. 2011 เวลา 20:35 น.